สงครามโลกครั้งที่ 1
posted on 27 Feb 2011 13:17 by social-ave in Historyความเป็นมา
ช่วงยุคเรเนสซองค์ เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมยุโรปหลาย ๆ ด้าน เช่น
ช่วงยุคเรเนสซองค์ เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมยุโรปหลาย ๆ ด้าน เช่น
- การค้นพบดินแดนใหม่
o มีการสำรวจเส้นทางเดินเรือใหม่ ๆ นอกยุโรป การพัฒนาเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ และการใช้เข็มทิศ การติดตั้งอาวุธปืนใหญ่
1488 บาร์โธโลมิว ไดแอส สามารถเดินเรือผ่านแหลมกู๊ดโฮป
1492 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส มีความเชื่อว่าโลกกลม (ตั้งใจจะไปจีน) แต่สำรวจพบทวีปอเมริกาเสียก่อน
1498 วาสโก ดา กามา สำรวจเส้นทางของไดแอส และสามารถขึ้นฝั่งที่กัลกัตอินเดีย ได้เป็นคนแรก
1519 เฟอร์ดินันด์ แมคเจลแลน (โปรตุเกส) คุมเรือสเปน 5 ลำ อ้อมทวีปอเมริกาใต้ ผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก และขึ้นฝั่งที่ฟิลิปปินส์ พิสูจน์ว่าทวีปเอเชีย กับยุโรปอยู่คนละซีกโลก เฮติและคิวบา ก็ไม่ใช่ญี่ปุ่น
เขาถูกคนพื้นเมืองฆ่าตาย แต่ลูกเรือสามารถนำเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย กลับยุโรปได้เป็นผลสำเร็จ เป็นคนกลุ่มแรกที่สามารถเดินทางรอบโลกได้ พิสูจน์ทฤษฎีโลกกลม
o จากนั้น หลาย ๆ ประเทศในยุโรป เริ่มออกแสวงหาอาณานิคม เพื่อขยายอิทธิพล อาทิ ฮอลันดา สเปน อังกฤษ โปตุเกส ฝรั่งเศส แย่งชิงความเป็นเจ้าอาณานิคม
- การปฏิวัติการปกครอง
o แนวความคิดเรื่องการเมืองการปกครอง โดยเฉพาะเรื่องมนุษย์นิยม ส่งผลให้เกิดความคิดเรื่องเสรีนิยมต่อประชาชน ประกอบกับการใช้อำนาจเผด็จการของกษัตริย์ ทำให้หลาย ๆ คนเกิดความพยายามหาทางแก้ไขปัญหา และมีความเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตย จะนำความเจริญมาสู่ประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝรั่งเศส และอเมริกา
1776 ปฏิวัติที่อเมริกา ทำสงครามปฏิวัติเพื่อให้เป็นอิสระ จากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดย จอร์จ วอชิงตัน
1789 ปฏิวัติฝรั่งเศส การพังทลายคุกบาสเตียนปฏิวัติล้มล้างระบอบกษัตริย์ จัดตั้งการปกครองแบบสาธารณรัฐนิยม เรียกร้องเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ
• กษัตริย์หลุยส์ ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวแนต ถูกประหารชีวิตโดยใช้เครื่องมือประหาร “กิโยติน”
• 1803 นโปเลียน โบนาปาร์ท สถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศส มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ถือเป็นยุคมหาอำนาจแห่งยุโรป
- ลัทธิชาตินิยม
o ระหว่าง ศตวรรษที่ 14-15 เกิดความรู้สึกความเป็นชนชาติ การสร้างชาติ และชาตินิยมขึ้นในยุโรป หลังปี 1815 หลายประเทศแบ่งเขตปกครองตนเอง แต่การแบ่งอาณาเขตนี้ไม่ได้คำนึงเรื่องเชื้อชาติของคนในประเทศ ทำให้เกิดปัญหาสะสมขึ้นมา เช่น
- โปแลนด์ อยู่ในการปกครองของหลายอำนาจ
- เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน รวมเป็นดินแดนเดียวกัน
- จักรวรรดิ์ออสเตรีย รวมหลายเชื้อชาติ เยอรมัน โปล อิตาเลียน เชค สโลวัก สลาฟ แมกยาร์ และยิว
- ปัญหาคาบสมุทรบอลข่าน และจักรวรรดิตุรกี ที่พยายามแยกประเทศ
สาเหตุและผลของสงคราม
หลังคริสต์ศตวรรษที่ 19 มหาอำนาจในยุโรปเกิดขัดแย้งกันเอง
สาเหตุเกิดจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ จนก่อให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18
มหา อำนาจต่าง ๆ ในตะวันตกจึง ออกล่าอาณานิคม เพื่อกระจายสินค้าและแสดงแสนยานุภาพทางทหาร จึงก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในยุโรปหลายฝ่าย คือ
หลังคริสต์ศตวรรษที่ 19 มหาอำนาจในยุโรปเกิดขัดแย้งกันเอง
สาเหตุเกิดจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ จนก่อให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18
มหา อำนาจต่าง ๆ ในตะวันตกจึง ออกล่าอาณานิคม เพื่อกระจายสินค้าและแสดงแสนยานุภาพทางทหาร จึงก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในยุโรปหลายฝ่าย คือ
การแข่งขันระหว่าง ออสเตรียกับรัสเซีย เพื่อชิงความเป็นใหญ่เหนือคาบสมุทรบอล ข่าน
และความขัดแย้งระหว่าง ฝรั่งเศสกับเยอรมนี
เห็น ได้จากการพยายามแผ่อิทธิพลเข้าไปในคาบสมุทรบอลข่านของ จักรวรรดิรัสเซีย จักรวรรดิออตโตมาน จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี เมื่อมีศัตรูมากก็ย่อมต้องการมิตรมาก จึงมีการทำสัญญาพันธมิตรขึ้นเป็นสองกลุ่ม คือ
1. ฝ่ายพันธมิตร - Triple Entente (ฝ่ายสนธิสัญญาไตรภาคี) ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
2. ฝ่ายมหาอำนาจกลาง- Triple Alliance (ฝ่ายสนธิสัญญาไตรพันธมิตร) ได้แก่ จักรวรรดิเยอรมนี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี
เห็น ได้จากการพยายามแผ่อิทธิพลเข้าไปในคาบสมุทรบอลข่านของ จักรวรรดิรัสเซีย จักรวรรดิออตโตมาน จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี เมื่อมีศัตรูมากก็ย่อมต้องการมิตรมาก จึงมีการทำสัญญาพันธมิตรขึ้นเป็นสองกลุ่ม คือ
1. ฝ่ายพันธมิตร - Triple Entente (ฝ่ายสนธิสัญญาไตรภาคี) ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
2. ฝ่ายมหาอำนาจกลาง- Triple Alliance (ฝ่ายสนธิสัญญาไตรพันธมิตร) ได้แก่ จักรวรรดิเยอรมนี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี
สงครามโลกครั้งที่ 1 (World War I) หรือเรียกว่า Great War เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อ ออสเตรีย-ฮังการี (Austria-Hungary) ประกาศสงครามกับ เซอร์เบีย (Serbia) ภายหลังจาก ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Franz Ferdinand, Archduke of Austria) อาร์คดยุกแห่งออสเตรีย ถูกลอบปลงประชนม์ โดยชาวเซิร์บ หัวรุนแรงเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1914
ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นอริกัน ต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน ในที่สุดจึงประกาศสงครามต่อกัน เป็นลูกโซ่ กลายเป็นสงครามใหญ่

ในช่วงแรกฝ่ายมหาอำนาจกลางเป็นฝ่ายมีชัย
กระทั่ง ในปี 1915 เรือดำน้ำเยอรมันโจมตีเรือโดยสารของอังกฤษ ซึ่งมีผู้โดยสารชาวอเมริกันอยู่ด้วย สหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจเข้าร่วมสงครามในปี 1917 เข้าร่วมกับฝ่ายพันธมิตร จึงได้เปรียบมากขึ้น
ในปีเดียวกันรัสเซียเริ่มมีปัญหาภายในจึงได้ถอนตัวออกจากสงคราม ฝ่ายมหาอำนาจกลางเริ่มตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
สหรัฐระดมกำลังสร้างเรือรบ และใช้ยุทธวิธีปราบเรือดำน้ำเยอรมัน ทำให้สามารถข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคมายังยุโรปได้
ค.ศ.1918 สหรัฐฯ ส่งกำลังทหารกว่า 1,000,000 นาย และได้รับชัยชนะที่การรบที่แม่น้ำมาร์น
3 พฤศจิกายน 1918 ออสเตรีย ขอสงบศึก ต่อมา 11 พฤศจิกายน 1918 เยอรมัน จึงยอมแพ้
เยอรมนีลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1919
นับเป็นวันยุติสงครามโลกครั้งที่ 1
แต่สนธิสัญญาฉบับนี้ได้ระบุให้เยอรมนีต้องรับผิดชอบจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม จำนวนมาก ถูกลดกำลังทหารและอาวุธ ถูกยึดดินแดนอาณานิคม ทำให้เศรษฐกิจเยอรมันตกต่ำ ประชาชนตกงาน เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทั่วประเทศ ชาวเยอรมันโกรธแค้น
ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ได้ ก้าวขึ้นสู่อำนาจในช่วงนี้ สร้างกระแสชาตินิยม ฉีกสนธิสัญญาแวร์ซายส์ สถาปนาลัทธินาซี พัฒนาอุตสาหกรรมและการทหาร จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ สงครามโลก ครั้งที่ 2 (World War II) ในอีก 20 ปีต่อมา
สงครามโลกครั้งที่ 1 นับเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระดับโลกครั้งแรก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคนและบาทเจ็บอีกกว่า 16 ล้านคน
ผล ของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้แผนที่ยุโรปเปลี่ยนไป เนื่องจากการล่มสลายของจักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่ ก่อให้เกิดประเทศใหม่ ๆ อีกหลายประเทศ
เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก ประเทศยุโรปหลายแห่งต่างเป็นลูกหนี้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเติบโตจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกหลังจากสงครามนี้

ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นอริกัน ต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน ในที่สุดจึงประกาศสงครามต่อกัน เป็นลูกโซ่ กลายเป็นสงครามใหญ่

ในช่วงแรกฝ่ายมหาอำนาจกลางเป็นฝ่ายมีชัย
กระทั่ง ในปี 1915 เรือดำน้ำเยอรมันโจมตีเรือโดยสารของอังกฤษ ซึ่งมีผู้โดยสารชาวอเมริกันอยู่ด้วย สหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจเข้าร่วมสงครามในปี 1917 เข้าร่วมกับฝ่ายพันธมิตร จึงได้เปรียบมากขึ้น
ในปีเดียวกันรัสเซียเริ่มมีปัญหาภายในจึงได้ถอนตัวออกจากสงคราม ฝ่ายมหาอำนาจกลางเริ่มตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
สหรัฐระดมกำลังสร้างเรือรบ และใช้ยุทธวิธีปราบเรือดำน้ำเยอรมัน ทำให้สามารถข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคมายังยุโรปได้
ค.ศ.1918 สหรัฐฯ ส่งกำลังทหารกว่า 1,000,000 นาย และได้รับชัยชนะที่การรบที่แม่น้ำมาร์น
3 พฤศจิกายน 1918 ออสเตรีย ขอสงบศึก ต่อมา 11 พฤศจิกายน 1918 เยอรมัน จึงยอมแพ้
เยอรมนีลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1919
นับเป็นวันยุติสงครามโลกครั้งที่ 1
แต่สนธิสัญญาฉบับนี้ได้ระบุให้เยอรมนีต้องรับผิดชอบจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม จำนวนมาก ถูกลดกำลังทหารและอาวุธ ถูกยึดดินแดนอาณานิคม ทำให้เศรษฐกิจเยอรมันตกต่ำ ประชาชนตกงาน เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทั่วประเทศ ชาวเยอรมันโกรธแค้น
ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ได้ ก้าวขึ้นสู่อำนาจในช่วงนี้ สร้างกระแสชาตินิยม ฉีกสนธิสัญญาแวร์ซายส์ สถาปนาลัทธินาซี พัฒนาอุตสาหกรรมและการทหาร จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ สงครามโลก ครั้งที่ 2 (World War II) ในอีก 20 ปีต่อมา
สงครามโลกครั้งที่ 1 นับเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระดับโลกครั้งแรก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคนและบาทเจ็บอีกกว่า 16 ล้านคน
ผล ของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้แผนที่ยุโรปเปลี่ยนไป เนื่องจากการล่มสลายของจักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่ ก่อให้เกิดประเทศใหม่ ๆ อีกหลายประเทศ
เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก ประเทศยุโรปหลายแห่งต่างเป็นลูกหนี้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเติบโตจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกหลังจากสงครามนี้

เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งราชวงค์โรมานอฟ รัสเซีย
การปฏิวัติรัสเซีย
ค.ศ.1917 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ถูกประชาชน นำโดยเลนิน โค่นอำนาจ พร้อมกับการสังหารหมู่ราชวงค์ "โรมานอฟ" เป็นการสิ้นสุดระบบกษัตริย์ของประเทศที่มีอาณาเขตมากที่สุดในโลก
ค.ศ.1917 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ถูกประชาชน นำโดยเลนิน โค่นอำนาจ พร้อมกับการสังหารหมู่ราชวงค์ "โรมานอฟ" เป็นการสิ้นสุดระบบกษัตริย์ของประเทศที่มีอาณาเขตมากที่สุดในโลก
ผลกระทบของสงคราม
1. ทหารเสียชีวิตในสงครามรวมประมาณ 8 ล้านนาย บาดเจ็บกว่า 7 ล้านนาย
2. จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ออตโตมัน ล่มสลาย เกิดมหาอำนาจใหม่ คือ อเมริกาและญี่ปุ่น
3. หลายประเทศเป็นหนี้สินจากการทุ่มทุนผลิตอาวุธสงคราม และการบูรณะฟื้นฟูประเทศ
4. เยอรมนี ต้องทำสนธิสัญญาแวร์ซาย ชดใช้ค่าปฎิกรรมสงคราม เป็นจำนวนมหาศาล ถูกจำกัดด้านการทหารและอาวุธ
5. เกิดองค์การสันนิบาตชาติ เพื่อเป็นองค์กรกลางสำหรับแก้ปัญหา ความมั่นคงระหว่างชาติ
1. ทหารเสียชีวิตในสงครามรวมประมาณ 8 ล้านนาย บาดเจ็บกว่า 7 ล้านนาย
2. จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ออตโตมัน ล่มสลาย เกิดมหาอำนาจใหม่ คือ อเมริกาและญี่ปุ่น
3. หลายประเทศเป็นหนี้สินจากการทุ่มทุนผลิตอาวุธสงคราม และการบูรณะฟื้นฟูประเทศ
4. เยอรมนี ต้องทำสนธิสัญญาแวร์ซาย ชดใช้ค่าปฎิกรรมสงคราม เป็นจำนวนมหาศาล ถูกจำกัดด้านการทหารและอาวุธ
5. เกิดองค์การสันนิบาตชาติ เพื่อเป็นองค์กรกลางสำหรับแก้ปัญหา ความมั่นคงระหว่างชาติ

#1 By สุพัตราม.5/2 (223.207.162.128) on 2011-09-24 18:51