อารยธรรมกรีก - โรมัน

posted on 22 Sep 2010 10:42 by social-ave  in History

สรุป อารยธรรมตะวันตก (กรีก-โรมัน)

 




อารยธรรมกรีก


• กำเนิดบริเวณชายฝั่งทะเลอีเจียน หมู่เกาะต่าง ๆ และดินแดนกรีซ
• สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขา ทำให้แต่ละรัฐจึงเป็นอิสระต่อกัน เป็นรัฐเล็ก ๆ มากมาย
• เกาะครีต Crete เป็นเกาะใหญ่และมีความสำคัญของกรีก

กรีกสมัยก่อนประวัติศาสตร์

• 4000 B.C. มีการค้นพบเครื่องมือ และหลักฐานการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน รวมถึงป้อมปราการ
• บนเกาะครีต มีการใช้โลหะทองแดง สำริด


จานดินเผาบนเกาะครีต

กรีกสมัยประวัติศาสตร์

2000 B.C. กำเนิดอารยธรรมไมนวน Minoan การค้นพบดินเผาจารึกตัวอักษรบนเกาะครีต มีการก่อสร้างวังใหญ่โต
• ต่อมาถูกรุกรานจากพวก ไมซิเนียน Mycenaean และต่อมาเป็นพวก ดอเรียน Dorian
1120-800 B.C. ถือเป็นยุคมืด การค้าขายถูกพวกฟินิเชียนเข้ามาขยายอิทธิพล

***** โฮเมอร์ และอิเลียด โอดิสซีย์ เกิดในช่วงนี้ (เรื่องสงครามกรุงทรอย) *****

 Homer and Troy' story

 

800 B.C. ยุคคลาสสิค มีลักษณะเป็นนครรัฐ เรียกว่า “โพลิส” Polis มีกษัตริย์และขุนนางปกครองนคร เริ่มใช้ระบอบประชาธิปไตย

Polis คือ รากศัพท์ของ Politic  คือ การเมือง นโยบาย ฯลฯ




500 B.C. ศูนย์กลางอยู่ที่ เอเธนส์ แคว้นแอตติก Attica ได้ร่วมกันกับนครรัฐกรีกอื่น ป้องกันการรุกรานจากเปอร์เซีย กลายเป็นยุคทองแห่งเอเธนส์


431-404 B.C. สงครามเพโลพอนนีเชียน ระหว่างเอเธนส์ กับสปาร์ตา ผลทำให้ มาซีโดเนีย เข้าครอบครองกรีก สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เรียกว่ายุค “เฮลเลนิสติก” ขยายดินแดนครอบคลุมถึงอียิปต์ และอินเดีย

อเล็กซานเดอร์มหาราช

 

มรดกที่สำคัญของกรีก


 

สถาปัตยกรรม
ชาวกรีกจะให้ความสำคัญกับเทพเจ้า เชื่อว่าพลังธรรมชาติจะให้คุณและโทษได้ อำนาจลึกลับนี้มาจากเทพเจ้าเป็นผู้บันดาล
• วิหารบูชาเทพเจ้า “พาร์เธนอน” Parthenon 500 B.C. สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาหน้าจั่ว มีเสาหิน

 

*** วิหารพาร์เธนอน คือวิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ

สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5

ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม กรีกโบราณ ที่มีชื่อเสียงที่สุด

แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาด ของสถาปนิก ในสมัยนั้น และ ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้าง

ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้าง 101.4 ฟุต หรือ 30.9 เมตร และ ยาว 228.0 ฟุต หรือ 69.5 เมตร***


 วิหารเทพเจ้าซีอุส ปัจจุบัน

ประติมากรรม

 
• สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะธรรมชาติ เทพเจ้าจึงเหมือนมนุษย์ งานในยุคแรกจะตรง ๆ แข็งทื่อ
• สมัยคลาสสิคเริ่มมีลักษณะพริ้วไหว และสมัยหลังจะแสดงถึงความปวดร้าว ความทรมานของมนุษย์



 วิหารเทพโพไซดอน

จิตรกรรม

 
• ภาพวาดในยุคแรก นิยมพื้นสีแดง คนสีดำ วาดบนภาชนะ
• ยุคเฮลเลนิสติก มีการนำกระเบื้องสีมาประดับ เรียกว่า โมเสก Mosaic

 

นาฏกรรม


• เป็นการละครของกรีก ร้องประสานเสียง ในเทศกาลบวงสรวงและเฉลิมฉลองเทพเจ้า เป็นละครประเภทโศกนาฎกรรม และสุขนาฏกรรม

 

วรรณกรรม

 
• โฮเมอร์ กวีนักเล่าเรื่องได้แต่ง “อีเลียด” และ “โอดิสซี” เป็นเรื่องเกี่ยวกับสงครามทรอย

 

ม้าไม้โทรจัน  พวกสปาร์ตันวางแผนลักลอบเข้าไป และยึดเมืองทรอยได้ในที่สุด

 

 หน้ากากทองคำ ของ อกาเมน่อน-สปาร์ต้า

นักปราชญ์ที่สำคัญของโลก
• เฮโรโดตุส Herodotus 484-420 B.C.
• โซเครตีส Socrates 470-399 B.C.
• อริสโตเติ้ล Aristotle 384-322 B.C.
• เพลโต Plato 328-247 B.C.

ชาวกรีก ถือเป็นนักคิด นักเขียน ต้นกำเนิดนักปราชญ์ของโลก



๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

 

อารยธรรมโรมัน

 



โรม ก่อตัวจากหมู่บ้านทางภาคกลางของอิตาลี อุปนิสัยของโรมันคือ ความเคร่งขรึมและสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ อย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ความสามารถทางทหารของโรมันอยู่ที่ความอดทนมากกว่ายุทธวิธีที่ฉลาดปราด เปรื่อง

ประมาณ 600 ปี ก่อน ค.ศ. บรรดาผู้อพยพต่างรวมตัวกันตั้งนครรัฐแห่งโรมขึ้น ทางเหนือของโรมติดต่อกับ อีทรูเนีย เป็นที่อยู่อาศัยของพวกที่มีอารยธรรมสูงเรียกว่า อีทรัสกัน ซึ่งเป็นพวกที่วางรูปวัฒนธรรมของชาวโรมันแต่เริ่มแรก


ใน ราว 509 ก่อน ค.ศ. ขุนนางโรมันประสบความสำเร็จในการล้มกษัตริย์อีทรัสกัน และเปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์มาเป็นสาธารณรัฐปกครองโดยชนชั้นขุนนาง ชนชั้นสูง คือ แพทริเชียน ส่วนชนชั้นต่ำหรือ เพลเบียน นั้น เกือบไม่มีสิทธิทางการเมืองเลย

พวก เพลเบียนค่อย ๆ ยกฐานะของตน เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครอง พวกเพลเบียนเลือกตัวแทนของตนเรียกว่า ทรีบูน ให้เป็นปากเสียงและเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของตนในรัฐบาลซึ่งคุมโดยแพทริเชียน

450 ปีก่อน ค.ศ. ได้มีการนำกฎหมายเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร คือ กฎหมายสิบสองโต๊ะ กฎหมายนี้ช่วยพิทักษ์บรรดาเพลเบียน ให้พ้นจากอำนาจตามอำเภอใจของชนชั้นแพทริเชียน กฎหมายสิบสองโต๊ะนี้นับว่ามีความสำคัญมากต่อพัฒนาการทางกฎหมายรัฐธรรมนูญของ โรมัน



การปกครอง

รูป สมบูรณาญาสิทธิราช สืบสันตติวงศ์ เริ่มตั้งแต่ออกุสตุสเป็นต้นราชวงศ์ คนที่ดูเสมือนหนึ่งเป็นผู้ฝังระบอบการปกครอง คือ ออกเตเวียน ทำหน้าที่ “ออกุสตุส” ซึ่งมีความหมายว่า “สูงสุด”

ในยุคของออกุสตุสนี้ ได้รับการยกย่องว่า “ Roman s golden Age “ และในสมัยออกุสตุสนี่เอง ที่ฐานะของจักรพรรดิได้รับการยกย่องเชิดชูชึ้นเป็นเจ้า และมีสิทธิเลือกรัชทายาทด้วยพระองค์เองด้วย

สำหรับในรัชสมัยของพระเจ้าออกุสตุสนี้มีเหตุการณ์สำคัญอันหนึ่งเกิดขึ้นก็ คือ พระเยซูคริสต์ ประสูติที่นครเบธเลเฮม ในมลฑลจูเดียของโรมัน



 

 

มรดกสำคัญของโรมัน



ถนนโรมัน โดยการนำหิน ศิลา มาทำเป็นพื้นถนน สามารถรองรับน้ำหนักของรถม้าได้




ท่อส่งน้ำ และประตูชัย

• กองกำลังทหารฟาลังส์ เป็นกองทหารรบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในยุโรป ทหารเมื่อออกรบก็จะได้รับค่าจ้าง เมื่อพักรบกลับบ้านประกอบอาชีพดั้งเดิม
โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬาอัฒจันทร์ล้อมรอบ เดิมทีสร้างเพื่อเป็นการพบปะระหว่างรัฐ กับประชาชน ต่อมากลายเป็นสังเวียนการต่อสู้ของทาส หรือพวกกลาดิเอเตอร์ (นักรบ) เป็นลานประหารนักโทษที่ถูกตัดสินประหารชีวิต โดยนำมาสู้กับสิงโต ขณะเดียวกันเป็นที่แข่งม้าศึกด้วย



ลักษณะของโรมันเปรียบเทียบกับกรีก

1. โรมันเข้มงวดเรื่องความยุติธรรม การลงโทษอย่างโหดร้าย ไม่ค่อยมีเมตตา  กรีก นักคิด  แก้ปัญหา
2. กรีก บูชาเหตุผล แต่ โรมันเคารพในอำนาจ
3. กรีก เรียกร้องความรูสึกส่วนตัวและเสรีภาพส่วนบุคคล โรมันให้ความสำคัญพิเศษในเรื่องความสารถควบคุมตัวเอง และความอยู่ในระเบียบแบบแผน
4. กรีก เป็นนักทฤษฎีและศิลปินที่ปราดเปรื่อง ในขณะที่ โรมัน สนใจทางนิติธรรมศาสตร์และทฤษฎีรัฐศาสตร์
ความเสื่อมของจักรวรรดิโรมัน

เมื่อ พระจักรพรรดิคอนสแตนติน ย้ายเมืองหลวงจากตะวันตก ไป ตะวันออก ก็ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกแตกแยกระหว่าง 2 ฝั่ง จักรวรรดิตะวันตก นั้นได้ถูกพวกอนารยชนเยอรมัน (Teutonic) ล้มล้างไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 476 ขณะที่จักรวรรดิตะวันออก มีอายุยืนยาวมาจนถึงสมัยที่ถูกพวกเตอร์กรุกรานในปี ค.ศ. 1453

 

สาเหตุความเสื่อมของจักรวรรดิ


1. หลังปี ค.ศ. 180 ไม่มีกำหนดการสืบตำแหน่งไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดการแย่งอำนาจในหมู่นายพล
2. การถูกโจมตีจากศัตรูภายนอก และเกิดรัฐอิสระขึ้นตามชายแดนที่ถูกคุกคาม
3. ที่ดินแทบทั้งจักรวรรดิตกอยู่ในเงื้อมมือชนชั้นสูงส่วนน้อยเท่านั้น ชาวนาที่สิ้นเนื้อประดาตัวกลายเป็น โคโลนุส (Colonus) ซึ่งจะได้รับที่ดินชิ้นหนึ่งจากเจ้าของที่ดิน เพื่อทำการเพาะปลูกโดยเสรี แต่จะต้องชดใช้เจ้าของที่ดินด้วยแรงงานของตน เมื่อนานวันเข้าก็เปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งทาส (serdom)
4. สงครามกลางเมือง ทำให้กระทบกระเทือนระบบการค้า


จักรพรรดิที่สำคัญของโรมัน


( จูเลียส ซีซาร์ ) รัฐบุรุษสถาปนาตนเองปกครองโรมัน เป็นผู้นำทางทหารที่สำคัญที่สุด สมัยที่เป็นสาธารณรัฐ เป็นต้นกำเนิดคำว่า ไกเซอร์-เยอรมัน ซาร์-รัสเซีย ซีซาร์-โรมัน


1. ซีซาร์ ออกุสตุส (Augustus) 30 ปีก่อน ค.ศ.– ค.ศ. 14 นับเป็น “ยุคทองของโรม”

2. ทิเบริอุส (Tiberius) ค.ศ. 14-37 เพิ่มอำนาจจักรพรรดิและลดอำนาจของสภาราษฎร

3. เนโร (Nero) ค.ศ. 54-68 เป็นจักรพรรดิที่โหดเหี้ยม เพราะฆ่าพระมารดา พระอนุชา ชายา 2 องค์ รวมทั้งพระอาจารย์ของพระองค์เองคือ เซเนคา (Seneca) รวมทั้งเป็นผู้ที่ทำการจุดไฟเผากรุงโรม เพียงเพื่อความบันเทิงของตัวเอง ป้ายความผิดให้พวกคริสเตียน และประหารชีวิตเป็นจำนวนมาก จักรพรรดิเนโรปลงพระชนม์พระองค์เอง ใน ค.ศ. 68

4. มาร์คุส ออเรลีอุส (Marcus Aurelius) ค.ศ. 161-180 นับว่าเป็นกษัตริย์พระองค์สุดท้ายที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจักรพรรดิที่มี 5 พระองค์ (ค.ศ. 96-180) รัชสมัยของพระองค์นี้ถือว่าเป็นสมัยสุดท้ายของ สันติภาพโรมัน (Pax Romana) ซึ่งคงอยู่ระหว่าง 27B.C.–180A.D. นับเป็นปีแห่งสันติสุขโรมัน และเป็นช่วงระยะที่อารยธรรมเฮลเลนิสติคแผ่ขยายออกไปในจักรวรรดิมากที่สุด

5. คอนสแตนติน (Constantine) ค.ศ. 312-337 รวมจักรวรรดิโรมันเป็นจักรวรรดิเดียวกันได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และย้ายเมืองหลวงจากโรมไป ไบแซนติอุม (Byzantium) เปลี่ยนเรียกชื่อใหม่ว่า “คอนสแตนติโนเปิล” (Constantinople) ตามพระนามของพระองค์ (ปัจจุบันคือเมืองอิสตันบุล) โดยเจตนาจะให้เป็นศูนย์กลางของการปกครองดินแดนทั้งภาคตะวันตกและตะวันออก แต่การทั้งนี้กลับทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกแบ่งแยกทางจิตใจ ทางตะวันตกซึ่งมีอิตาลี สเปน โลกยังยึดอารยธรรมโรมันอยู่ (Romanization) แต่ทางตะวันออกซึ่งมีคอนสแตนติโนเปิล และเอเชียโมเนอร์ต่างรับอารยธรรมกรีก (Hellenization) และเมื่อคอนสแตนตินประกาศ “กฤษฎีกาแห่งมิลาน” (Edict of Milan) แล้ว คริสตศาสนาก็สามารถเผยแพร่ในอาณาจักรโรมได้



  

edit @ 7 Nov 2010 13:30:44 by Social' Captain

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

Thank you ka teacher

#1 By วราพร ธรรมคำ (110.164.171.36) on 2010-09-27 19:42

ได้ความรู้ดีจังเลยค่ะ ><
กำลังเรียนเรื่องนี้อยู่พอดีเลยด้วย
ขอบคุณค่ะ! (^/\^)

#2 By izus on 2011-02-09 16:16