สรุป อารยธรรมตะวันตก (เมโสโปเตเมีย-อียิปต์)


อารยธรรมตะวันตก


1. อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

- กำเนิดในลุ่มแม่น้ำสองสาย คือ ไทกริสและยูเฟรติส เป็นแหล่งอารยธรรมแรกของโลก เมื่อประมาณ 3500 ปี ก่อนค.ศ. เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางดินแดนทะเลทรายและภูเขา (ปัจจุบันได้แก่ประเทศอิรัก)
- บริเวณที่ราบที่แม่น้ำทั้งสองสายบรรจบกันและไหลลงสู่ทะเล อ่าวเปอร์เซีย เรียกว่า “บาบิโลเนีย”
- โดยเหตุนี้ ทำให้มีชนหลายกลุ่มหลายเผ่าผลัดกันมาตั้งถิ่นฐาน และมีอำนาจในดินแดนแถบนี้

1.1 อาณาจักรเมโสโปเตเมีย
- ชาวสุเมเรียน Sumerian เป็นชนเผ่าแรกที่เข้าครอบครอง และทำการก่อสร้างระบบชลประทานเป็นชาติแรก
- สังคมของสุเมเรียนยกย่อง เกรงกลัวเทพเจ้า นิยมก่อสร้างศาสนสถานเรียกว่า “ซิกกูแรต” สร้างด้วยอิฐตากแห้ง
- ชาวสุเมเรียน เป็นกลุ่มแรกที่ประดิษฐ์อักษร ได้แก่ อักษรลิ่ม หรือ “คูนิฟอร์ม” cuneiform นักประวัติศาสตร์จึงนับเอาเป็นเกณฑ์ในการแบ่งยุคประวัติศาสตร์
- “กิลกาเมซ” Epic of Gilgamesh เป็นมหากาพย์ ที่ถูกแต่งขึ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วมโลก
- มีความเจริญทางด้านคณิตศาสตร์ ปฏิทิน และการชั่ง ตวง วัด

1.2 อาณาจักรบาบิโลเนีย Babylonia
- หลังจากสุเมเรียนเสื่อมอำนาจ ชาวอามอไรต์ Amorite ได้ตั้งอาณาจักรบาบิโลน ขึ้นมา การปกครองแบบรวมศูนย์ การจัดเก็บภาษี การเกณฑ์ทหาร
- สมัยพระเจ้าฮัมมูราบี ( 1792-1745 B.C.) ได้มี “ประมวลกฎหมายฮัมมุราบี” เป็นลายลักษณ์อักษร จารึกแผ่นศิลา ยึดถือหลัก ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในการลงโทษ


ฮิตไทต์ Hittite


- เข้ายึดครองแทนในดินแดนแถบนี้ เมื่อ 1590 B.C.
คัสไซต์ Kassite
- อพยพมาจาก เทือกเขาซากรอส เข้าครอบครองต่อ และมีอายุยาวนานต่อเนื่องกว่า 400 ปี


1.3 จักรวรรดิอัสซีเรีย Assyrian
- พวกอัสซีเรียน 800 B.C. ได้เข้ายึดครองกรุงบาบิโลน มีศูนย์กลางที่ นิเนเวห์
- สมัยพระเจ้าอัสชูร์บานิปาล 668-629 B.C. อัสซีเรียมีความเจริญขีดสุด

1.4 อาณาจักรคาลเดีย Chaldean
- 612 B.C. เผ่าคาลเดีย เข้ายึดครองนิเนเวห์สำเร็จ สถาปนากรุงบาบิโลนขึ้นใหม่
- สมัยพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ 605-562 B.C. สามารถตีเยรูซาเลม และกวาดต้นเชลยมาเป็นจำนวนมาก ได้สร้าง “สวนลอยแห่งบาบิโลน” Hanging Gardens of Babylon

- ชาวคาลเดียน เป็นชาติแรกที่นำเอาความรู้ด้านดาราศาสตร์มาพยากรณ์โชคชะตามนุษย์ และยังสามารถคำนวณด้านดาราศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ


- *** 539 B.C. พระเจ้าไซรัสมหาราช King Cyrus the Great
เข้ายึดครอง และผนวกเข้ากับจักรวรรดิ์เปอร์เซีย ทำให้ประวัติศาสตร์แถบเมโสโปเตเมียสิ้นสุดลง

หอบาเบล

 

 

2. อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ (อียิปต์)




• อารยธรรมอียิปต์โบราณ เกิดขึ้นในบริเวณสองฝั่งของแม่น้ำไนล์
• บริเวณลุ่มแม่น้ำแบ่งเป็น 2 บริเวณ คือ Lower Egypt (ปากแม่น้ำไหลสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) เรียกว่า “เดลตา” อารยธรรมได้เกิดขึ้นบริเวณนี้ ส่วนอีกที่คือ Upper Egypt เป็นที่แม่น้ำไหลผ่านทะเลทราย หุบเขาไปจนถึงซูดานในปัจจุบัน
• ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นทะเลทราย ดังนั้นแม่น้ำไนล์จึงเปรียบเสมือน โอเอซีส และทำให้อียิปต์ถูกป้องกันการรุกรานจากชาติอื่น ๆ โดยธรรมชาติ จนกล่าวได้ว่า “Egypt is the gift of the Nile”


 

2.1 อียิปต์ก่อนประวัติศาสตร์


• ชุมชนดั้งเดิมเป็นพวกเร่ร่อน ต่อมาได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ จนเกิดชนชั้นปกครองสังคม ขยายตัวเป็นรัฐเล็ก ๆ เรียกว่า “โมนิส” มีสัญลักษณ์ เช่น สุนัข เหยี่ยว แมงป่อง ฯลฯ
• ราชวงศ์แรกที่สามารถรวมอียิปต์เป็นอาณาจักร คือ กษัตริย์เมนิส Menes 3000 B.C. ถือเป็นฟาโรห์องค์แรก มีศูนย์กลางที่เมมฟิส
• (Scorpion king) เป็นกษัตริย์องค์แรก ๆ ที่พยายามรวมอาณาจักรแต่ไมสำเร็จ



เทพเจ้าของชาวอียิปต์
• Re เทพเจ้าเร หรือ สุริยเทพ
• Osiris โอซิริส หรือ เทพแห่งแม่น้ำไนล์ เทพแห่งยมโลก
• Isis ไอซิส หรือ เทพีแห่งพื้นดิน เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์
• Set เซต เทพแห่งสงคราม
• Hathor ฮาธอร์ เทพี แห่งความรัก
• Horus ฮอรัส เทพผู้เป็นตัวแทนของฟาโรห์ทุกพระองค์
• นอกจากนี้ยังมีเทพอื่นๆที่ถือเป็นเทพเจ้าประจำแต่ละเมือง
ชาวอียิปต์ถือ ฟาโรห์ เป็นเทพเจ้าพระองค์หนึ่ง ซึ่งได้แสดงออกโดยงานสร้าง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่ถวายแก่ฟาโรห์

 

 

 


ปิรามิด Pyramid

และ มัมมี่ Mummy


• ปิรามิด สร้างโดยการสกัดหินมาเรียงเป็นขั้นบันได เป็นรูปกรวยสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสุสานฝังพระศพฟาโรห์ ส่วนมัมมี่ เป็นการรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย ตามความเชื่อเรื่องการฟื้นคืนชีพจากตาย


2.2 อียิปต์สมัยประวัติศาสตร์


• อียิปต์ ประดิษฐ์อักษรภาพเรียกว่า “เฮียโรกลิฟิก” hieroglyphic เป็นการแกะสลักฝาผนังโบสถ์ และสุสานฟาโรห์ ต่อมาได้พัฒนาการเขียนลงในกระดาษ “ปาปิรุส”

Book of the Dead เป็นวรรณกรรมความเชื่อของชาวอียิปต์ ที่กล่าวถึงการปฏิบัติตนเมื่อต้องเข้าไปสู่ยมโลก
• ความรู้ที่ถ่ายทอดได้แก่ วิชาดาราศาสตร์ และปฏิทินแบบสุริยคติ แบ่งปีออกเป็น 365 วัน
• สมัยปลายราชวงศ์ ได้มีการพยายามเปลี่ยนความเชื่อ จากการบูชาเทพเจ้าหลายพระองค์ ให้เหลือเพียงพระองค์เดียว ได้แก่ สุริยเทพ Aton หรือ อะตัน ซึ่งฟาโรห์เท่านั้นจะมีสิทธิ์ ส่วนประชาชนทั่วไปให้บูชาฟาโรห์แทน นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ชนชาติขาดความเข้มแข็ง

 

ชนชาติในเอเชียไมเนอร์

ได้แก่ ดินแดนที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (ปาเลสไตน์ ตุรกี ซีเรีย)

          1. ฟินิเชียน


• 1300-1000 B.C. เชี่ยวชาญในการเดินเรือทะเล มีเมืองท่าคือ ไทร์ และไซดอน ค้าขายจนถึงตอนเหนือแอฟริกา (เมืองคาร์เทจ Carthage)
• จากการเปิดกว้างของวัฒนธรรม ทำให้ชาวฟินิเชียนดัดแปลงตัวอักษร เฮียราติก และคูนิฟอร์ม มาเป็น “อัลฟาเบต” Alphabet ต่อมากลายเป็นต้นแบบของภาษากรีก ละติน ชาติตะวันตก และตะวันออก อื่น ๆ ด้วย

          2. ฮีบรู


• เรียกอีกชื่อว่า “ยิว” เร่ร่อนในทะเลทราย 1400 B.C. ถูกจับเป็นทาสที่อียิปต์ ต่อมา “โมเสส” เป็นผู้ช่วยปลดแอก แล้วอพยพไปตั้งถิ่นฐานที่ปาเลสไตน์ Canaan
• เนื่องจากเป็นชาติที่ไม่เข้มแข็งเรื่องการทหาร จึงถูกชนเผ่าอื่นครอบครองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเกิดเป็นประเทศอิสระ ชื่อว่า “อิสราเอล”
• มรดกตกทอดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้แก่ “คัมภีร์ไบเบิ้ล” ถือเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของโลก รวมไปจนถึงการเป็นต้นกำเนินศาสนาคริสต์ และอิสลาม

อักษรอียิปต์เทียบกับภาษาอังกฤษ


edit @ 25 Sep 2010 11:57:59 by Social' Captain

edit @ 27 Sep 2010 17:31:55 by Social' Captain

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มีไทกริสบ้างเหรอembarrassed

#5 By คนที่รักคุณ (103.7.57.18|223.205.213.118) on 2012-09-09 20:59

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะเนื้อหาตรงเรื่องที่เรียนเลย

#4 By สุภาภรณ์ (110.49.226.15) on 2011-08-03 20:13

ขอบคุณค่ะ..
ที่ทำให้หนูเข้าใจขึ้น

#3 By คุณาภรณ์ แซ่แต้ ม.5/3 (111.84.82.145) on 2010-09-27 21:00

ขอบคุณค่ะ

big smile

#2 By วราพร ธรรมคำ (110.164.171.36) on 2010-09-27 19:41

thank you teacter.

#1 By piyarat (124.157.225.242) on 2010-09-27 16:07