อารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-จีน
posted on 20 Sep 2010 07:52 by social-ave in Historyสรุป อารยธรรมตะวันออก (จีน)

อารยธรรมจีน
อารยธรรม จีนสมัยกอนประวัติศาสตร
สมัยหินเกา ความกาวหนาของมนุษยปกกิ่ง พบเครื่องมือหิน รองรอยการใชไฟ เครื่องมือที่
ใชในการลาสัตว
สมัยหินใหม บริเวณลุมแมนํ้าฮวงโห ไดแก อารยธรรมหยางเชา อารยธรรมหลุงชาน พบ
ความก าวหนาในการทําเครื่องปนดินเผา

อารยธรรมจีนสมัย ประวัติศาสตร
แบงออกเปนราชวงศตางๆ เริ่มจาก
1. ราชวงศชาง ประดิษฐตัวอักษรขึ้นใช ทําเครื่องสําริด เครื่องหยก
2. ราชวงศโจว (ปรัชญารอยสํานัก) การปกครองระบอบศักดินา นักปราชญ เชน ขงจื๊อ เลา
จื๊อ



3. ราชวงศจิ๋น (ฉิน) สรางกําแพงเมืองจีน มีการใชภาษาเขียนเหมือนกัน
4. ราชวงศฮั่น มีการสอบจอหงวน ทอผาไหม พุทธศาสนาเขาสูจีน เสนทางสายไหมจาก
จีนไปยุโรป
5. ราชวงศถัง ยุคทองของวัฒนธรรมจีน พุทธศาสนารุงเรืองที่สุด รับเอาศาสนายิว คริสต
อิสลามเขามา
6. ราชวงศซอง (สุง) รักษาโรคดวยการฝงเข็ม ประดิษฐแทนพิมพ ใชเข็มทิศในการเดิน
เรือ
7. ราชวงศหยวน วรรณกรรมชาวบานแพรหลาย เชน ไซอิ๋ว ซองกั๋ง


8. ราชวงศชิง หรือเช็ง หรือแมนจู เปนราชวงศสุดทายของจีน สิ้นสุดระบอบ
สมบูรณาญา สิทธิราชยของจีน
การ เมืองการปกครองของจีน
1. สมัยเริ่มแรก เริ่มราชวงศชาง กษัตริยเปนประมุขทั้งการปกครองและศาสนา การสืบ
ราชสมบัติเปนจากพอไปลูก พี่ไปนอง
2. สมัยศักดินา เริ่มราชวงศโจว ปกครองจีนยาวนานที่สุด มีลักษณะ
- มีการแตงตั้งผูแทนกษัตริยเปนขาหลวงไปปกครองหัวเมือง
- มีการวางหลักจารีต (หลี่) กําหนดขอบเขตสิทธิหนาที่ จํานวนทหาร
- เกิดทฤษฎีทางการเมือง (เทียนมิ่ง) หรืออาณัติแหงสวรรค
- ถือเปนยุคทองของภูมิปญญาจีน


3. สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย หรือสมัยจักรวรรดิจีน เริ่มจากราชวงศจิ๋น ถึงราชวงศชิง มี
- สถาบันจักรพรรดิ ซึ่งพระมหาจักรพรรดิถือวาเปนโอรสแหงสวรรค
- ระบบขาราชการ ยึดแนวของขงจื๊อ
- การบริหารราชการสวนกลางประกอบดวย ประธานมุขมนตรี ผูบัญชาการทหาร ราชเลขาธิการ
- การบริหารราชการสวนภูมิภาค จัดเปนหนวยๆ ขึ้นอยูกับสวนกลาง และผูตรวจ ราชการจากสวนกลางไป ตรวจสอบ
- การเมืองและสังคมจีนใหความสําคัญตอระบบขาราชการ
- ในสมัยราชวงศฮั่นมีการสอบจอหงวน
- ระบบขาราชการถูกยกเลิกไป เมื่อสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย

พระนางชูสีไทเฮา
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยสิ้นสุดเพราะ
- หัวเมืองชายแดนแข็งขอ
- ความไมมั่นคงในราชสํานัก
- การคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยม

ปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน


4. สมัยสาธารณรัฐ โดย ดร.ซุนยัดเซ็น (ค.ศ. 1911 – 1949)
สาเหตุของการปฎิวัติ
1. การคุกคามของชาติตะวันตกและญี่ปุน
2. ความออนแอของระบอบแมนจู
3. ไดรับอิทธิพลแนวคิดชาตินิยม เสรีนิยมจากตะวันตก
4. เห็นตัวอยางความสําเร็จของญี่ปุนที่รบชนะรัสเซีย
5. สภาพสังคมจีนเสื่อมโทรม ผลประโยชนตกอยูกับตางชาติ
6. ชนชั้นปญญาชนตองการใหมีการเปลี่ยนแปลง
สมัยนี้มีแนวคิดประชาธิปไตย คือ ลัทธิไตรราษฎร ของ ดร.ซุนยัดเซ็น ไดแก หลักเอก
ราช หลักอํานาจอธิปไตย หลักความยุติธรรมในการดํารงชีพ

5. สมัยสาธารณรัฐประชาชน (สมัยคอมมิวนิสต) โดย เหมาเจอตุง
สาเหตุของการปฏิวัติ
1. ปญหาเศรษฐกิจ
2. สังคมมีความเหลื่อมลํ้า
3. แนวคิดแบบคอมมิวนิสตเผยแพรจากรัสเซียมาสูจีน
4. ความขัดแยงของ ดร.ซุนยัดเซ็น กับหยวนซือไข

6.สมัยเติ้ง เสี่ยว ผิง เปนผูนํา ใชนโยบายสี่ทันสมัย ทําใหจีนเปดประเทศทางเศรษฐกิจมาก
ขึ้น แตยังคงมีควบคุมดานการเมืองเครงครัด
เส้นทางสายไหม
เศรษฐกิจจีน
1. แหลงความเจริญบริเวณลุมแมนํ้าฮวงโห ระยะแรกเปนสังคมเกษตรกรรม
2. สมัยศักดินา (ราชวงศโจว) เริ่มมีการคาขาย แลกเปลี่ยนสิ่งของโดยใชเงินเปนสื่อกลาง
เริ่มจัด ที่ดินเปนระบบบอนา มีการจัดเก็บภาษี ซึ่งประชาชนจะเสียเปนผลผลิตและแรงงาน
3. สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย
- ราชวงศจิ๋น การคาเริ่มรุงเรือง มีการใชเงินตราเปนแบบเดียวกันทั่วประเทศ
- ราชวงศฮั๋น และราชวงศถัง ติดตอกับยุโรปโดยผานเสนทางสายไหม สินคาออก ได
แกผาไหม เครื่องเทศ หนังสัตว สินคาเขาเปนพวกเพชร พลอย
- ราชวงศหมิง มีการคาทางทะเลรุงเรืองมาก

silk route (road)
4. สมัยสาธารณรัฐ (ค.ศ. 1911) ซึ่งประสบปญหาทางเศรษฐกิจอยางมาก เนื่องจากประชา
กรมากเกิดจลาจลภายในประเทศ และถูกคุกคามจากชาติตะวันตก
5. สมัยสาธารณรัฐประชาชน (ค.ศ. 1949) ภายใตการนําของ เหมาเจอตุง
- ใชนโยบายพึ่งตนเอง
- จัดตั้งระบบคอมมูน
- มีการปฏิรูปที่ดินโดยใชระบบนารวม และใชแรงงานคนในการผลิต

6. สมัย เติ้ง เสี่ยว ผิง เปนผูนํา ใชนโยบายสี่ทันสมัย ไดแก เกษตรกรรม อุตสาหกรรม
เทคโนโลยีและการพัฒนาประเทศ ทําใหเศรษฐกิจมีแนวโนมเปนเสรีมากขึ้น
7. สมัยปจจุบัน เศรษฐกิจจีนพัฒนามากขึ้น เพราะรัฐบาลสงเสริมใหเอกชนเขามาดําเนิน
ธุรกิจ และสนับสนุนการลงทุนจากตางประเทศ
สังคมและวัฒนธรรมของจีน
1. ระบบครอบครัว เปนครอบครัวขยาย บิดามีอํานาจผูเดียว ยึดมั่นความกตัญู และเคารพผู
อาวุโส
2. ลัทธิขงจื๊อ คําสอนของขงจื๊อเนนความสัมพันธกับบุคคลตางๆ
3. ลัทธิเตา โดยเลาจื๊อสอนใหมนุษยเขาใจกฎแหงธรรมชาติ และปรับตัวใหเขากับธรรม
ชาติมากที่สุด คําสอนของเลาจื๊อมีอิทธิพลตอจิตรกรรมจีน เนนพิธีกรรม ไสยศาสตร
4. ศาสนาพุทธ พุทธศาสนาเขาสูจีนครั้งแรกสมัยราชวงศฮั่น เปนนิกายมหายาน และรุง
เรืองสูงสุดสมัยราชวง ศถัง
ศิลปกรรมในอารยธรรมจีน
1. เครื่องปนดินเผา และเครื่องเคลือบ ถือวาเปนศิลปะที่เกาแกที่สุดของจีน
2. เครื่องสําริด ที่มีชื่อเสียง คือ สมัยราชวงศชาง

3. เครื่องหยก เปนความเชื่อและความนิยมของชาวจีนเกี่ยวกับความเปนสิริมงคล ซึ่งถือ
วาหยกเปนสัญลักษณของความเมตตา ความฉลาดรอบรู ความมีศีลธรรม ความกลาหาญ และความ
บริสุทธิ์
4. ประติมากรรม ไดแก ประติมากรรมสําริด การแกะสลักหิน แกะสลักหยก ปนพระพุทธ
รูป ปนรูปคนเหมือนจริง ปนรูปสัตวตางๆ


5. สถาปตยกรรม มักสรางอาคารดวยไมจึงไมคอยเหลือเปนหลักฐาน สถาปตยกรรมที่มี
ชื่อ คือ กําแพงเมืองจีน พระราชวังกรุงปกกิ่ง
6. จิตรกรรม มักวาดภาพเกี่ยวกับธรรมชาติ ซึ่งไดรับอิทธิพลจากลัทธิเตา


7. วรรณกรรม รุงเรืองมากในสมัยราชวงศถัง นักเขียนคนสําคัญที่ไดรับการยกยองวาเปน
บิดาแห งประวัติศาสตรซีกโลกตะวันออก คือ ซือ หมา เฉียน
วิทยาการในอารยธรรมจีน
1. ตัวอักษรจีน มีวิวัฒนาการตอเนื่องมาตั้งแตราชวงศชาง ในระยะแรกจารึกลงบนกระดูก
สัตว ไมไผ ผาไหม

อักษรจีนบนกระดองเต่ายุคแรก
2. กระดาษและการพิมพ ชาวจีนเปนชาติแรกที่ประสบความสําเร็จในการทํากระดาษ และ
นําการพิมพมาใช
3. ดานแพทย จีนมีความกาวหนาในการรักษาโรคดวยวิธีตางๆ เชน จับชีพจร ใช
สมุนไพร ฝงเข็ม
4. ความกาวหนาดานวิศวกรรม การตอเรือ
5. ดานสิ่งประดิษฐตางๆ
- การคนพบดินดํา ดินปน
- ทําประทัด พลุ ดอกไมไฟ
- ความกาวหนาดานดาราศาสตร ทําปฏิทิน
- การทําแผนที่
- ความกาวหนาดานคณิตศาสตร การคํานวณ
- การทําแมเหล็ก เข็มทิศ

พระราชวังต้องห้าม (ปักกิ่ง)


by Social' Captain
edit @ 23 Sep 2010 09:58:21 by Social' Captain




#1 By คุณาภรณ์ แซ่แต้ ม.5/3 (111.84.82.145) on 2010-09-27 21:02